“ไทยทีวี” แตก ผู้จัดละคร “ชายแฮ็คส์” รับตกใจไม่มีบ้านอยู่?

Home / “ไทยทีวี” แตก ผู้จัดละคร “ชายแฮ็คส์” รับตกใจไม่มีบ้านอยู่?

11713412_10152787604107202_1604797053_n

หนึ่งในผู้จัดละครที่ป้อนผลงานเข้าช่องไทยทีวี ของ ติ๋ม ทีวีพูล คือ ชายแฮ็คส์ สุทธา ทวีศรีธนโชติ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นพาร์ทเนอร์ที่สำคัญของไทยทีวีคนหนึ่ง แต่พอเกิดปัญหาว่า ไทยทีวีจะขอออกจากระบบทีวีดิจิตอล ผู้จัดละครอย่าง ชายแฮคส์ ถึงกับยอมรับว่าเครียดและตกใจ เพราะละครที่ลงทุนผลิตมาจะไปออกอากาศช่องไหนละทีนี้ “ตอนแรกก็มีคิดนิดหนึ่ง เฮ้ย! แบบเกิดอะไรขึ้น แล้วต่อไปจะยังไง เพราะสมมุติถ้าพี่เป็นผู้จัดที่ไม่มีช่องอยู่แล้วอาจจะตกใจนิดหนึ่ง แต่เนื่องจากว่าเรามีช่องอยู่แล้ว เราก็บอกว่าเออ ไม่เป็นไรฉะนั้นละครที่เราผลิต เราออกช่องไทยทีวีก่อนแล้วมารีรันช่องเรา ถามว่าคิดยังไงกับไทยทีวีก็เสียดาย จริงๆอย่างที่บอก พี่ติ๋ม เขาเป็นผู้หญิงเก่งคนหนึ่งและเป็นคนที่สู้จริงๆ แต่ถ้าพูดถึงนางเหมือนแบบ อัศวินขี้ม้าขาวเนอะ เหมือนมาช่วยช่องอื่นทำให้ กสทช ตื่นตัวขึ้นมาหน่อย ถ้าไม่ดูแลเหมือนเดิม ยังเงียบแบบนี้ก็จะมีช่องปิดเพิ่มเรื่อยๆ  2  3 4  5 ในอนาคตต่อไป”

เห็นตัวอย่างไทยทีวีเกิดปัญหาขาดทุนไปต่อไม่ได้ พี่ชายคิดว่าจะมีช่องอื่นๆมีปัญหาตามมาอีกมั้ย “ในความรู้สึกพี่มีแน่นอน ซึ่งจริงๆตัวพี่ก่อนหน้าที่จะมาทำละครพี่ก็ได้ทำการตลาดมาก่อน ทำเรื่องโฆษณา ทำบริษัทเอเจนซี่อยู่เอไทม์มาก่อน เรามองเรื่องโฆษณาเราพอเดาทางออกเลยว่า ถ้ามันไม่มีเม็ดเงินโฆษณา คุณจะเอาเงินมาจากไหน มาถมทะเล มันเป็นไปไม่ได้ ที่อยู่ดีๆจะเอาแบ้งค์มาเผาวันต่อวัน  วันหนึ่งมี 20-30 ช่องเผาวันละกี่ล้านแล้วละทุกวันนี้เศรษฐกิจที่มันแย่ก็เพราะมันเหมือนเป็นอย่างนี้  เอกชนมาประมูลพอประมูลได้แล้วปล่อยอะ”

10341513_10204987946638181_30540912294959951_n

หันกลับมาโฟกัสช่องดาวเทียมหลัง ช่องดิจิตอล ไทยทีวีไปไม่รอด “ปกติเนี่ยพี่ทำละครออกอากาศจานส้มของ IPM อยู่แล้ว ซึ่งเราเป็นเจ้าของ IPM ดาวเทียมจานส้มแต่ว่าที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสไปเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับไทยทีวี  แต่ว่าโดยนโยบายแล้วเนี่ยไม่ว่าไทยทีวีจะเป็นดิจิตอลหรือดาวเทียม เราก็ถือว่าเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีต่อกันอยู่แล้ว เราก็ยังผลิตป้อนเหมือน ในขณะเดียวกันเราก็ออกอากาศทางจานส้ม IPM ด้วย มีช่องปาร์ตี้ช่องโชว์อีกสี่ช่อง”

ถามจากใจจริงเลยนะอย่าโกรธนะจะมีคนดูมั้ย “มีคนดูมั้ย เท่าที่เราทำมาก่อนหน้านั้น เราทำละครเฉพาะกลุ่มอยู่แล้ว คือของพี่ชายไม่ได้ทำละครแมส  ถ้าสังเกตก่อนหน้านี้ IPM ที่พี่ดูแลเนี่ย มันมีช่องโชว์เหนือโชว์ใต้โชว์อิสานโชว์กลาง  อย่างโชว์ใต้ที่ผ่านมาพี่ก็ทำ ละครน้ำตาโนราห์ ก็เอากระต่าย ทรรศิกา มิส แม็กซิม มาเล่นก็พูดใต้ทั้งเรื่องก็ออกอากาศช่องโชว์ใต้ หรือเรือนนางคอย เราก็ทำเป็นเหนือ ไปถ่ายที่เชียงใหม่เลย ซึ่งพี่เหมือนทำละครเกรดรากหญ้าอยู่แล้ว  แล้วพอที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปทำไทยทีวี เราก็พยายามทำแนวของเรา อย่างละครเรื่อง สัญญาเมื่อสายัณห์ ที่ยังไม่ได้ออกอากาศที่เราเอา เอ ไชยา มิตรไชย มาแล้วตอนนี้หันมาทำละครจักรๆวงศ์ เปิดตลาดกลุ่มใหม่”

11692790_10204987906997190_7245001067162908267_n

มีกระแสเม้าท์ละครพี่ชายเทียบกับละครช่อง 3 ช่อง 7 แบบคนละเรื่องคนละเกรดคิดยังไง “จริงๆก่อนที่จะทำละครก็แอบคิดนะ แต่พอมีวันหนึ่งเรารู้สึกว่าเรามีจุดยืนของเรา เรามีความรู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งในการทำละคร อย่างทำละครในแนวที่ฉันอยากทำ แล้วมาเปิดโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่ๆ แต่ไปเทียบกับช่อง 3 ช่อง 7 เราไม่ได้มองตรงนั้นอยู่แล้ว ตอนนี้พี่หันมาทำละครแนวจักรๆวงศ์ๆ ดู กลายเป็นว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก ซึ่งถ้าเราทำละครทั่วไปเราเหมือนหนึ่งในร้อย เราอาจจะเป็นอับดับที่ 99 ก็ได้ แต่ละครแนวจักรๆวงศ์ๆ คนผลิตน้อยมากมีอยู่ไม่กี่เจ้า เรารู้สึกเราก็เป็นรองอันดับหนึ่งเลยนะถ้าพูดถึงการประกวดนางงาม มันก็โดดเด่นขึ้นมา เราก็มาถูกทางเราทำตามในส่วนของเราที่เราพอจะทำได้ แต่เราคงไม่คิดจะไปเทียบชั้นหรอกเพราะว่าหนึ่ง เราพึ่งเริ่มต้น แต่เรามองเจตนาเราดี ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง เรามองว่าทุกช่องมีการ์ตูนเหมือนกันหมดสิบช่อง ทุกช่องมีรายการประกวดร้องเพลง ลูกทุ่งก็มีเกือบทุกช่อง แต่หลายๆช่องยังขาดละครจักรๆวงศ์ๆ ละครพื้นบ้านซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่ง”

11655085_10152787604097202_399470164_n

อย่างละครหลายช่องเขามีงบโฆษณาเข้าอย่างชัดเจน อย่างละครพี่ชายทำออกมา กำไรมั้ยหรือขาดทุน“มีโฆษณาอยู่แล้วและอย่าง IPM เราเป็นเจ้าของดาวเทียมอยู่แล้ว ฉะนั้นเราทำเพื่อซัพพอร์ทกลุ่มผู้บริโภคที่ติดจาน ฉะนั้นกำไรขาดทุนเราไม่ได้มองขนาดนั้นเพราะบริษัทเป็นคนลงทุนเพื่อผลิตละครขึ้นมาเพื่อเอาใจกลุ่มคนดูเพื่อกลุ่มคนที่ติดตั้งจาน เรื่องหนึ่งละครใช้งบเป็นล้าน ค่าเช่ากล้องโอพีต่อวันหนึ่งก็3-4 หมื่นแล้ว ค่าตัดอีก ถึงละครพี่ไม่ได้ทำยาวกระชับ ทำได้หลายๆเรื่อง ทำเรื่องหนึ่งประมาณ 8-10 ตอน อย่างยาวสุด ทำ12 ตอน ถ่าย20 คิวก็คูณจำนวนต้นทุนเข้าไปก็เป็นล้าน แต่ทางบริษัทลงทุนเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แล้วยังมีสปอนเซอร์จากงบที่มีพอประมาณ มาสนับสนุนแล้วก็ดีลบาร์เตอร์นั่นนี่กัน”