มิติของคนข่าว สไตล์ “ณัฏฐา โกมลวาทิน” แห่ง ThaiPBS

Home / มิติของคนข่าว สไตล์ “ณัฏฐา โกมลวาทิน” แห่ง ThaiPBS

ณัฏฐา โกมลวาทิน

     ใครเป็นแฟนประจำช่องไทยพีบีเอส (ThaiPBS) คงไม่มีใครไม่รู้จัก ผู้ประกาศข่าวสาวสวยคนเก่ง ดร.ณัฏฐา โกมลวาทิน (ลูกเต๋า) เป็นแน่ ซึ่งเธอผู้นี้มีบทบาทต่อการรายงานข่าวสารของช่องไทยพีบีเอสมาเป็นเวลา 7 ปีเต็ม โดยทำหน้าที่เป็นผู้ประกาศข่าว และบรรณาธิการในรายการ “ที่นี่ไทยพีบีเอส” ซึ่งเป็นรายการเด่นประเภทรายงานข่าว เหตุการณ์ปัจจุบัน และสัมภาษณ์ในเชิงเจาะลึก ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เรามาดูมุมมองของคนข่าวอย่างสาวมั่น สวย เก่ง และฉลาด ของเธอผู้นี้กันดีกว่า

     “ตอนนี้พี่ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการของรายการ “ที่นี่ไทยพีบีเอส” และเป็นผู้ดำเนินรายการด้วย คือไม่ใช่ตำแหน่ง บก.ข่าวอาเซียนแล้วนะคะ ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนภายใน แต่ก็ยังเป็น บก.รายการที่นี่ไทยพีบีเอส ส่วนหน้าที่ความรับผิดชอบรายการออกอากาศช่วง 3ทุ่ม15 ถึง 4ทุ่ม ในช่วงที่พี่ดูแล หลังจากนั้นก็จะเป็นรายการ “ตอบโจทย์” ก็มีบทบาทเป็นพิธีกรรายการ บก.รายการ รวมถึงดำเนินรายการตอบโจทย์ ซึ่งจะมีพิธีกรท่านอื่นๆ สลับหน้าที่กันทำ ก็ทำมาประมาณ 7 ปีเต็มแล้ว กำลังขึ้นสู่ปีที่ 8 เดือนในมิถุนายนนี้ สำหรับรายการ “ที่นี่ไทยพีบีเอส” ก็จะขึ้นสู่ช่วงปีที่ 8”

เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างตลอดระยะเวลาในการทำงาน

     “จริงๆ ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาก็เห็นความเปลี่ยนแปลงเยอะ สำหรับตัวเองในฐานะเป็นคนทำงานเรา แล้วก็บริบทโดยรวมของสถานการณ์ในประเทศไทย สำหรับทบาทในการเป็นพิธีกรรายการที่นี่ไทยพีบีเอส 7 ปีเต็ม ซึ่งดำเนินรายการมาตั้งแต่วันแรก ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งตัวเราเองในฐานะผู้ดำเนินรายการ คนที่คลุกคลีกับรายการนี้ รวมถึงบริบทภาพรวมของสังคมไทย ในมุมมองของนักข่าวนะคะก็เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเยอะอย่างต่อเนื่อง ทั้งสังคมไทย ไทยเกี่ยวต่อเนื่องกับอาเซียน ไทยเกี่ยวข้องกับภูมิภาคระดับโลก ซึ่งเป็นบริบทที่ผู้สื่อข่าวจะต้องรับทราบ และรับรู้เพื่อเป็นประโยชน์ในการทำงาน ในการรายงานข่าวของเรา”

ณัฏฐา โกมลวาทิน
ณัฏฐา โกมลวาทิน

มีส่วนร่วมต่างๆ มากมายสำหรับการทำรายการ

     “ก็กำหนดเนื้อหารายการเลยค่ะ แต่ก็ไม่ใช่พี่คนเดียวเพราะเราทำงานร่วมกันเป็นทีม รายการจบ 4 ทุ่มครึ่งก็จะมีการประชุมกันต่อกับน้องๆ ในทีมงาน ขณะนี้ก็มีผู้ช่วยบก. มีผู้สื่อข่าวอีก 3-4 คนที่เป็นผู้สื่อข่าวประจำทีม คือพอรายการจบเราก็ต้องประเมินกันว่าที่ออกอากาศไปแล้วเป็นยังไง มีข้อผิดพลาดยังไง ชอบไม่ชอบยังไง พอใจหรือไม่พอใจยังไง จะทำให้มันดีขึ้นยังไง และวันรุ่งขึ้นเราก็จะมาดูกันว่าเราจะทำอะไรกันต่อ คือจริงๆ เราเริ่มจะเห็นทิศทางตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ แล้วล่ะว่าพรุ่งนี้เราจะทำอะไร แต่เรามาประชุมกันหลังรายการเพื่อซักซ้อมความเข้าใจกันอีกที พรุ่งนี้ทุกคนก็จะรู้แล้วว่าจะต้องตามข่าวอะไรต่อ แล้วพี่ในฐานะคนดูภาพรวม ก็จะต้องรู้ว่าโทนรายการในวันถัดไปมันจะต้องเป็นยังไง จะเน้นเรื่องอะไรเป็นหลัก ด้วยรายการที่นี่ไทยพีบีเอส เป็นรายการวิเคราะห์ข่าวประจำวัน เพราะฉะนั้นก็ต้องพยายามให้มันครอบคลุมเนื้อหา ทั้งสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ต่างประเทศ อาเซียน รวมถึงรายการแบบอินไซด์ เพราะเราจะมีช่วงคิดยกกำลังสอง ช่วงวาระประเทศไทย ซึ่งมันก็เป็นช่วงย่อยๆ ของรายการ เนื้อหามันก็จะหลากหลาย”

ครอบคลุมคนดูเกือบทุกประเภท

     “ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคนที่ดูเราเป็นใครกันบ้าง จริงๆ ก็อยากทราบเหมือนกันนะคะ แต่ที่พอจะมีฟีดแบคมา จะเป็นนักศึกษา เป็นอาจารย์ เป็นนักวิชาการ หรือว่า ผู้บริหารของระดับองค์กรต่างๆ คือรายการที่นี่ไทยพีบีเอส ออกอากาศชนกับละครของช่อง 3 ช่อง 7 คือเวลาชนกันเลย เพราะฉะนั้นคนมาดูข่าวไทยพีบีเอส คือคนที่ต้องการหาอะไรที่เป็นทางเลือกที่ไม่ได้อยากดูละคร อยากมาดูข่าวแทน ก็จะเป็นคนดูกลุ่มนั้น เพราะตั้งแต่ตอนแรกที่คิดเวลานี้ คือต้องการที่จะให้เป็นทางเลือกในการติดตามข้อมูลข่าวสาร สำหรับบุคคลทั่วไป ซึ่งก่อนหน้าจะมีข่าว 3 ทุ่ม ก็จะมีข่าว 1 ทุ่ม จะมีแฟนประจำของเขาอยู่แล้วจะเป็นฐานคนดูอีกกลุ่มหนึ่ง แต่พอมาเป็นฐานคนดูที่จะต้องแย่งกับฐานคนดูละคร ก็ต้องทำใจไว้ตั้งแต่เบื่องต้นเลยว่า เรตติ้งคงจะไม่สูงนะ แต่ก็จะได้คนดูที่สนใจข่าวสาร ข้อมูล ความเป็นไปในสังคมไทย ในโลก จริงๆ ถึงมาดู รายการ ที่นี่ไทยพีบีเอส ซึ่งก็ได้เห็นสมรภูมิการแข่งขันของรายการช่าวในช่วงนี้ เพราะเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้มีเฉพาะไทยพีบีเอส ในช่องอื่นก็มีรายการข่าว ฮาร์ดนิวส์ รายการสัมภาษณ์ เหมือนๆ กันในเวลาใกล้เคียงกัน เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าเราจะต้องสู้กับละคร เราก็ต้องสู้กับรายการข่าวช่องอื่นๆ ด้วยเช่นเดียวกัน แต่ก็เป็นความสนุกในแต่ละวันที่เกิดขึ้น”

ณัฏฐา โกมลวาทิน
ณัฏฐา โกมลวาทิน

จุดเด่นที่เราจะสู้ช่องอื่นๆ ได้อยู่ตรงไหน

     “จุดเด่นของความเป็นไทยพีบีเอส คือความชัดเจนที่ว่าเราเป็นสื่อสาธารณะ เพราะฉะนั้นการกำหนดประเด็นเราจะไม่มีข้อจำกัดเรื่องของสปอนเซอร์ เรื่องของสินค้า เรื่องความเกรงใจว่าเราจะไปวิพากษ์วิจารณ์องค์กรใดไม่ได้ เพราะว่าหน้าที่เราจะต้องตรวจสอบทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน คนที่กำลังทำหน้าที่บริหารประเทศอยู่ ณ ปัจจุบัน เราพยายามที่จะตรวจสอบ คือหน้าที่ของความเป็นสื่อมวลชน เป็นการทำหน้าที่ในการตั้งคำถาม การนำข้อมูลข่าวสารมาให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบ หรือว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค แล้วเอ่ยชื่อ บริษัทใดๆ เราก็ทำได้เต็มที่ เพราะเขาไม่ใช่สปอนเซอร์ของเรา อันนี้ก็เป็นจุดเด่นที่ชัดเจนในความเป็นทีวีสารธารณะ ซึ่งจุดเด่นนี้ก็ไม่ใช่เฉพาะรายการที่นีไทยพีบีเอส แต่เป็นจุดแข็งของไทยพีบีเอส ในความที่เป็นสื่อสาธารณะ เพราะว่าเราทำงานภายใต้ภาษีของประชาชน เราขึ้นอยูกับภาษีเหล้าและบุหรี่ มาตามพระราชบัญญัติ การจัดตั้งสื่อสาธารณะไทยพีบีเอส เพราะฉะนั้นงบประมาณ เรามาจากภาษีของประชาชน เพราะฉะนั้นเราก็มีหน้าที่ที่จะต้องทำงานเพื่อที่นำข้อมูลข่าวสารตรวจสอบทุกฝ่าย ในความเป็นสื่อมวลชนมานำเสนอต่อประชายชน โดยที่ไม่ได้ยึดติดกับ ศูนย์กลางอำนาจ ศูนย์กลางของภาคธุรกิจ ภาคการพาณิชย์ นี่คือภารกิจที่เราจะต้องทำ”

ความแตกต่างในการเสนอข่าวของไทยพีบีเอส

     “ข่าวของไทยพีบีเอส อาจจะไม่ได้หวือหวา ไม่ได้ดราม่า ไม่ได้มีข่าวของการร้องห่มร้องไห้ ไม่ได้มีการขายภาพ คนป่วยในห้องไอซียูแล้วมีการโคลสอัพ หรือภาพคนแทงกันตาย ต่อยกันตามท้องถนน ภาพพวกนี้เราจะพยายามไม่ให้มีเลย เป็นความตั้งใจ เราถือว่าเป็นจริยธรรมในความเป็นสื่อสารมวลชนว่าภาพอะไรที่มันหวาดเสียว ดูแล้วกระทบต่อความเป็นสิทธิมนุษยชน หรือว่าจะไปกระทบสิทธิส่วนบุคคลที่เรานำเสนอ หน้าของผู้ต้องขังเราก็จะไม่ให้เห็น ผู้ต้องหา ผู้ต้องสงสัย อะไรต่างๆ เราจะระมัดระวังมาก ถ้าสังเกตุมีความแตกต่างตรงนี้มาก เราก็จะไปโคลสอัพที่มือ ที่ปาก ถึงแม้ว่าช่องอื่นจะนำเสนอไปแล้ว คนดูดูข่าวช่องอื่นเห็นแล้วว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นทำแล้วจะถูกต้อง เพราะฉะนั้นเรามีจริยธรรม มีมาตรฐานในการทำงานอย่างไร ซึ่งเราเซ็ตเอาไว้ตลอด 7 ปี เราก็พยายามรักษามาตรฐานตรงนั้นให้ได้ อาจจะทำให้ข่าวดูไม่หวือหวา แต่เราก็จะพยายามเน้นเนื้อหาสาระ เน้นเสนอความจริง หรือความคิดเห็นจากหลายๆ ด้านมากกว่า”

ชัดเจน!!!