ลิซ่า อาลิซาเบธ ลูก-งาน บริหารลงตัว

Home / ลิซ่า อาลิซาเบธ ลูก-งาน บริหารลงตัว

6 ห้องรับแขก-01

Working Mom คนเก่งที่เห็นหน้าค่าตามานานในวงการทีวีดิจิตอล กับบทบาทของผู้ประกาศข่าวทางช่อง ททบ.5 และผลงานล่าสุดทางช่องเวิร์คพอยท์ ลิซ่า อาลิซาเบธ เห็นสวยเป๊ะ หุ่นก็ยังดีอยู่เสมอ ใครจะรู้ว่าตอนนี้เธอเป็นคุณแม่มือใหม่ที่เลี้ยงลูกเองและยังคงทำงานในวงการอยู่แทบเต็มเวลา มาทำความรู้จักลิซ่าให้มากกว่านี้ ว่าเธอมีเคล็ดลับและวิธีแนะนำอะไรบ้างให้กับคุณแม่มือใหม่ที่ทั้งต้องทำงานข้างนอกและเลี้ยงลูกน้อยไปด้วย

ผลงานตอนนี้มีอะไรบ้าง

ตอนนี้ก็มีรายการคุยข่าว 10 โมง เป็นวาไรตี้ข่าวค่ะ แล้วก็ข่าวค่ำ จันทร์-ศุกร์ เวลาประมาณ 18.00 น. สองรายการนี้ทางช่อง ททบ.5 ส่วนที่เพิ่งจะเข้ามาทำเมื่อปีที่แล้วก็จะเป็นรายการ Weeknight Update ทางช่องเวิร์คพอยท์ ทุกวันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี และศุกร์ ตอน 4 ทุ่มครึ่ง ซึ่งลักษณะของรายการนี้เป็นรายการกลางคืนค่ะ ก็จะมีแขกรับเชิญที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งดารานักแสดง จะเป็นวาไรตี้มากๆ ตามคอนเซปต์ของช่องเวิร์คพอยท์ค่ะ และมีความเป็นบันเทิงด้วย แต่ก็ยังความเป็นข่าวอยู่บ้างนิดหน่อย จะเป็นสาระปนบันเทิงมากกว่าค่ะ

ชอบไหมกับงานตรงนี้

ชอบนะ ลิซ่าก็เป็นคนดูรายการของเวิร์คพอยท์มาตั้งนาน และก็ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานที่นี่ เป็นหนึ่งในพิธีกร ก็รู้สึกเป็นโอกาสที่ดีมากเลยค่ะ ได้โตขึ้น ได้ทำงานแบบทีมคุณภาพ ไม่ใช่แค่ระดับประเทศไทย แต่เป็นระดับเอเชียกันไปแล้ว ทำให้เรามีโอกาสได้พัฒนาการเป็นพิธีกรอีกเยอะเลย ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีค่ะ

พูดถึงครอบครัวบ้าง เป็นอย่างไรบ้าง น้องอลิซเลี้ยงยากไหม?

1 ขวบแล้วค่ะ เลี้ยงไม่ยากเลยเป็นเด็กแบบอารมณ์ดีมาก เลี้ยงง่าย ลิซ่าคิดว่าอาจจะเป็นเพราะว่ากินนมแม่ด้วย แล้วก็อยู่กับแม่ตลอดเวลา กอดเขาตลอด ตอนนี้ฟันกำลังจะขึ้นแล้วค่ะ แล้วก็พยายามจับเดินอยู่ เขาก็พยายามจะเกาะอะไรของเขาเอง แล้วก็พูดอ้อแอ้ เรียกแม่แล้วนะ (ยิ้ม)

หลังจากมีน้องแล้ว ชีวิตและการทำงานแตกต่างจากเดิมไหม

ไม่แตกต่างเท่าไรค่ะ คือเรายังทำงานเยอะเหมือนเดิม แต่ว่าอาจจะมีรับงานที่เป็นต่างจังหวัดน้อยลง ต่างประเทศก็อาจจะยังไม่ไป เรานึกถึงลูกเป็นหลักค่ะ และพยายามทำหน้าที่ที่เราได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดเหมือนเดิม เพราะว่าลิซ่าไม่ได้เป็นแม่บ้าน fulltime พอคลอดสัก 3 เดือน ออกทำงานแล้วค่ะ แต่ว่าเราก็ยังทำหน้าที่ของเรานะ ยังปั๊มนมให้ลูกกินนมแม่ 100% แล้วถ้าวันไหนลูกมาทำงานด้วยได้ก็จะให้มา อย่างวันนี้ก็มาที่สตูด้วย เขามีที่พักของเขา ไม่ร้อนไม่เหนื่อย คุณยายก็ได้ออกมาด้วยเปิดหูเปิดตาบ้าง คือคุณแม่ลิซ่าจะเป็นคนดูแลน้องอลิซในช่วงที่ลิซ่าออกมาอ่านข่าว ก็จะฝากคุณแม่ไว้ค่ะ

ลิซ่าคิดว่าลูกคือส่วนที่มาเติมเต็มเรานะ ไม่ว่าเราจะทำอะไรจะคิดถึงเขามากขึ้น มากกว่าตัวเอง จะทานอะไรก็คิดว่าจะกระทบเขาไหม คือตัวเองแทบไม่ได้บำรุง จะกินคอลลาเจนบ้างก็ไม่ได้ (ฮา) เพราะว่าลูกต้องกินนม เราจะนึกถึงเขาก่อน บางทีอยากกินชาเย็นจัง ไม่ได้ๆ เดี๋ยวลูกแพ้นมวัว แต่ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับการให้นมลูกนะ เพราะต้องทานแต่ของที่มีประโยชน์จริงๆ ออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอเพื่อให้เลือดไหลเวียนดี เหมาะแก่การผลิตน้ำนม ซึ่งทั้งหมดที่เราทำมามันหายเหนื่อยนะ พอเวลาเรากลับบ้านมา โอ้โห ลูกยิ้มใส่เรา เรียกแม่แบบนี้ โอ้ยยย หายเหนื่อย ต้องลองเป็นแม่ดูนะคะแล้วจะเข้าใจ มันเป็นประสบการณ์ที่อธิบายไม่ได้ แต่ถ้าอยากรู้สึกต้องลองมาเป็นแม่เองค่ะ

SSP_1664

มีวิธีแบ่งเวลาอย่างไรบ้าง

ลิซ่าต้องให้เวลากับทุกคนเท่าๆ กันค่ะ ถ้าเป็นกิจวัตรใน 1 วัน เริ่มด้วยตื่นเช้า 6 โมง หรือเร็วกว่านั้นถ้ามีอีเวนต์เช้า ทุก 3 ชั่วโมงจะต้องปั๊มนมให้ลูก เสร็จแล้วพอลูกตื่น เปลี่ยนผ้าอ้อม ทำทุกอย่าง สามีช่วยด้วยค่ะ พอ 8 โมงขับรถออกมาทำงาน ถ้าไปช่อง 5 ช่วงเช้าหน่อยคุณสามีจะไปส่งลูกให้ที่บ้านคุณยาย ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน แล้วเราก็ทำงานๆ เสร็จ ปั๊มนมๆ ขับรถต่อ จะมาเวิร์คพอยท์ หรือจะไปอีเวนต์ จะวนกันไปแบบนี้ ตอนเย็นไปรับลูก สามีก็มาช่วยรับด้วย กลับมาบ้านกินข้าวกัน 3 คน พ่อ แม่ ลูก ให้นมลูก กล่อมลูกเข้านอนจะเป็นอย่างนี้ทุกวัน จะไม่มีการฝากลูกไว้กับพี่เลี้ยง เป็นแค่คนในครอบครัวดูแลทั้งหมดค่ะ

แต่ก่อนอาจจะมีวันละ 3 งาน 4 งานบ้าง ไม่เอาละ ตอนนี้เราขับรถเองด้วยมันจะเหนื่อยไป ลูกก็จะไม่ได้กินนม พอเราเริ่มบริหารเวลา ถึงแม้จะทำน้อยแต่ได้มากขึ้น คือมันสุขมากขึ้น เครียดน้อยลง หรืออาจจะเออไม่ได้ทำงานเยอะเหมือนแต่ก่อน แต่เราก็ไม่ได้เดือดร้อนมากขนาดนั้น คือเราก็ได้งานที่ดี รายได้ที่เหมาะสม โดยที่ชีวิตครอบครัวก็ไม่ได้ถูกลืม ลิซ่าว่ามันโอเคนะ ไม่มากไปไม่น้อยไป

มีอะไรอยากจะแนะนำคุณแม่ยุคใหม่บ้าง

เดี๋ยวนี้คนชอบเครียดค่ะ คือถ้ามีปัญหาหรือเจออุปสรรคอะไรในการทำงาน บางคนอาจจะชอบไปลงกับครอบครัว กับคนอื่นบอกไม่เป็นไรๆ ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอด พอกลับถึงบ้าน อะไรไม่ถูกใจหน่อยหงุดหงิด อยากให้เปลี่ยนทัศนคติมองครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ เข้าใจว่าทุกคนย่อมต้องการหาความมั่นคงในชีวิต แต่ว่าสุดท้ายแล้ว ครอบครัวนี่แหละสำคัญที่สุด อยากให้รักษาไว้ บางทีทำงานมากไป ไม่มีเวลาให้ลูกและสามี เกิดปัญหาแน่นอน อย่างลิซ่าเองพอเราเริ่มมีครอบครัวก็เริ่มคิดใหม่ เปลี่ยนใหม่ ชีวิตไม่ได้มุ่งแต่ ฉันต้องมีเงินเยอะๆ สุดท้ายมันไม่ใช่ทุกอย่าง คิดดีกว่าว่าทำอย่างไรให้ครอบครัวอบอุ่น สุขภาพเราแข็งแรง ฉะนั้นพยายามบริหารเวลาให้ดีค่ะ ทำงานเยอะหาเวลาไปออกกำลังกายด้วย ถ้าเราคิดตรงนี้ได้ เริ่มจากแบบไม่เครียด พยายามหาเวลาให้ลงตัว คุณจะมีความสุขในการทำงาน และจะไม่เหนื่อยเกินไปค่ะ

SSP_1693 SSP_1667