ดร.เสรี ฟันธง!!! สิ้นปี ทีวีดิจิตอลรอดไม่เกิน 10 ช่อง ที่เหลือตายเรียบ!!!

Home / ดร.เสรี ฟันธง!!! สิ้นปี ทีวีดิจิตอลรอดไม่เกิน 10 ช่อง ที่เหลือตายเรียบ!!!

10994738_10152516624687202_1747082125_nถ้าไม่นับรวมช่อง ททบ.5 ช่อง NBT และช่อง Thai PBS ตอนนี้มีช่องทีวีดิจิตอลที่กำลังออกอากาศทั้งหมดอยู่ 24 ช่องแข่งขันการนำเสนอคอนเท้นเนื้อหารายการเพื่อแย่งชิงเรตติ้ง ดร.เสรี วงษ์มณฑา หนึ่งในนักวิชาการชื่อดังผู้คร่ำหวอดวงการสื่อสารมวลชนและการตลาด ได้เปิดเผยเมื่อเร็วๆนี้ว่า สิ้นปีนี้ ทีวีดิจิตอลที่เปิดกันมาหลายช่องเอาจริงๆ คงไปรอดไม่เกิน 10 ช่อง ส่วนที่เหลือก็คงตายเรียบ!!! ฟังแล้วดูน่ากลัว หดหู่ กับวงการทีวีดิจิตอลบ้านเราที่เพิ่งจะเริ่มต้น โดย ดร.เสรี ให้เหตุผลว่า  “ประการแรก เมื่อมีทีวีดิจิตอล ไม่ได้หมายความว่าจะเพิ่มงบประมาณโฆษณาในการสื่อสารการทำงานของบริษัทต่างๆที่เป็นลูกค้า  เพราะฉะนั้นมันก็คือการแย่งชิงกันในเค้กก้อนเดิมที่มีปริมาณเท่าเดิม”

ใครจะอยู่ใครจะไปสิ้นปีนี้รู้กัน
ใครจะอยู่ใครจะไปสิ้นปีนี้รู้กัน

“ข้อที่สองก็คือว่า เมื่อช่องต่างๆได้ประมูลช่องมาได้มาแล้ว พวกเขาถูกบังคับให้ขึ้นรายการเร็วเกินไป การที่จะทำให้ได้ตามที่ กสทช. หรือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติกำหนด ที่ต้องขึ้นเร็วทำให้รายการไม่ค่อยมีคุณภาพ รายการที่มีคุณภาพหลายรายการ ก็คือรายการที่เอาของเก่าที่มีอยู่ในช่องฟรีทีวีมาเล่น  ส่วนรายการที่ขึ้นมาใหม่หลายช่องก็อาจจะไปซื้อหนังเก่าๆมา ไปซื้อสารคดีมา ซึ่งโอเคมีดีบ้าง ไม่ดีบ้าง มันทำให้ภาพลักษ์ของดิจิตอลทีวีไม่เป็นที่ปลื้มใจ มันไม่ใช่อะไรที่จี๊ดแตกเลย ไม่ว้าว!!!  มันไม่ใช่ ดูไปกันเท่านั้น”

 

ดร.เสรี วงษ์มณฑา อาจารย์พิเศษ หลักสูตร ปริญญาโท นิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
ดร.เสรี วงษ์มณฑา อาจารย์พิเศษ หลักสูตร ปริญญาโท นิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

“ประการที่สามคือ วิธีการบริหารจัดการของ กสทช. ที่จะทำให้ดูได้เนี่ย มันไม่เอื้อต่อการที่ทำให้เจ้าของสินค้าเกิดความกะดี๊กะด๊าอยากไปซื้อ คิดดูสิ!!  การที่เขาวางแผนว่าจะมีกล่องครบ4ปี  แล้วในเมื่อเข้าถึงลูกค้าได้ high reach จากปกติแล้วเราจะมาเสี่ยงกับตรงนี้ได้ยังไง ถามว่าเรื่องการกระจายกล่อง เนี่ยประสบความสำเร็จแค่ไหน และมันจะรวดเร็วเพียงพอแค่ไหน ที่จะทำให้เจ้าของสินค้าตื่นเต้นและอยากจะซื้อ อย่างตอนนี้ไปดูได้ว่าราคาที่เขาขายโฆษณากันเนี่ย ขายกันยังไง แล้วลองไปเปรียบเทียบดู ตอนที่เขาทำ feasibility study เขาตั้งราคาในใจไว้เท่าไหร่ และตอนนี้เขาขายเท่าไหร่ งบโฆษณาเท่าเดิมหรือน้อยลงด้วยซ้ำ ราคาโฆษณาที่ตั้งใจจะขายตอนแรกกับราคาที่เขาขายได้จริง มันใกล้เคียงกันมั้ย ที่เห็นตอนนี้ขายกันหลักหมื่นแต่ตอนที่เขาทำ feasibility ทำกันเป็นแสน  เป็นแบบนี้มันคงจะต้องเจ้ง เพราะจะให้ กสทช. ไปลดราคาให้มันก็ไม่ได้ และประการสุดท้ายเขาประมูลกันมาแพง ถ้า กสทช. ลดราคาให้ อาจโดนพวกที่ประมูลไม่ได้ฟ้องตายเลย อย่างมากที่สุดคือยอมเจ้งและคืนสถานีไป”

สื่อโซเซียลมีเดียที่่เข้ามาแย่งงบโฆษณาจากทีวีดิจิตอล
สื่อโซเซียลมีเดียที่่เข้ามาแย่งงบโฆษณาจากทีวีดิจิตอล

ดร.เสรี ยังเพิ่มเติมด้วยว่า ปัจจุบันรูปแบบการโฆษณานั้นใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว และนี่แหละอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ช่องทีวีดิจิตอลที่สายป่านไม่หนาไม่ยาวจริงอาจอยู่ไม่ไหว เพราะเมื่อรายได้จากโฆษณาหายไปหรือลดน้อยลง ช่องจะอยู่ได้ยังไง “ทุกวันนี้การสื่อสารการตลาดกับลูกค้าไม่เน้นที่โฆษณาผ่านทีวีอีกแล้ว แต่สิ่งที่โดดเด่นในการสื่อสารการตลาดคือ การทำพีอาร์ การจัดอีเวนท์ และโซเซียลมีเดีย  สามสิ่งนี้โดดเด่นที่สุด  การแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์  นั่นคือการทำพีอาร์ การทำสารคดี การจัดประกวด การจัดนิทรรศกาล นี่คือการใช้อีเว้นท์   ส่วน การใช้เฟสบุค การใช้กูเกิ้ล การใช้เวบไซต์ เป็นเรื่องของโซเซียลมีเดีย สามสิ่งนี่แหละเข้ามาทดแทนงบโฆษณาแบบเดิมๆตามทีวี อย่าง ลูกค้าที่อาจารย์เป็นที่ปรึกษาตอนนี้หลายที่ก็ลดงบโฆษณากันแทบทุกเจ้า ที่เคยซื้อโฆษณาเดือนหนึ่งเท่านั้นเท่านี้  ลดลงมากอย่างชัดเจน แต่ไปเน้นการทำกิจกรรมออนไลน์เยอะขึ้น  ไปทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์เยอะขึ้น ไปจัดอีเว้นท์เยอะขึ้น”

45555