ธอส. ชวนชาวไทยร่วมโครงการ “โรงเรียนการเงิน” เพื่อการออมและความพอเพียงดำเนินรอยตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

Home / ธอส. ชวนชาวไทยร่วมโครงการ “โรงเรียนการเงิน” เพื่อการออมและความพอเพียงดำเนินรอยตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ธอส. ชวนชาวไทยร่วมโครงการ “โรงเรียนการเงิน” เพื่อการออมและความพอเพียงดำเนินรอยตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เชิญชวนชาวไทยดำเนินรอยตามปรัชญาเศรษฐกิจด้านความพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังกับโครงการ “ธอส. โรงเรียนการเงิน” มุ่งให้ความรู้เกี่ยวกับการเงินและคำปรึกษาเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง สร้างโอกาสการเป็นเจ้าของบ้านในอนาคต
15644565_10154861636702059_1171840857_n
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า “ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงนำความผาสุกมาสู่พสกนิกรให้มีชีวิตอยู่อย่างมั่นคงและยั่งยืน รวมถึงในด้านที่อยู่อาศัยของประชาชน ทำให้ตลอดระยะเวลา 63 ปี ธอส. ได้มุ่งมั่นทำหน้าที่ตามเจตนารมณ์สำคัญ ในการสร้างโอกาสให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเองมาแล้วกว่า 3 ล้านครอบครัว ประกอบกับการที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จึงได้จัดทำ “โครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน” เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ สร้างวินัยการเงิน และเตรียมความพร้อมในการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมโครงการ โดยลูกค้าจะได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของธนาคาร เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร แนวทางการปฏิบัติในการขอสินเชื่อ โดยธนาคารได้แบ่งลูกค้าออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ลูกค้ามีศักยภาพทางการเงินและมีเอกสารประกอบการขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เป็นผู้ที่มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อเพื่อการมีที่อยู่อาศัยได้ในอนาคต เนื่องจากมีเอกสารแสดงรายได้ชัดเจน แต่อาจมีรายได้สุทธิ ไม่เพียงพอต่อการซื้อบ้านในระดับราคาที่ต้องการ หรือ อาจไม่ทราบหลักเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อ สัดส่วนความสามารถชำระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio หรือ DSR) ซึ่งมีผลต่อการพิจารณาวงเงินให้สินเชื่อของธนาคาร เจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำแนวทางปฏิบัติเพื่อให้ได้วงเงินสินเชื่อเพียงพอต่อการซื้อที่อยู่อาศัย
กลุ่มที่ 2 ลูกค้าที่ไม่มีความพร้อมทางด้านเอกสารการเงินและไม่มีความรู้ความเข้าใจในการเข้าสู่ระบบสถาบันการเงิน เป็นกลุ่มลูกค้าที่ประกอบอาชีพประจำหรืออาชีพอิสระ ซึ่งไม่สามารถแสดงหลักฐานแหล่งที่มาของรายได้ โดยเจ้าหน้าที่จะแนะนำให้จัดทำสมุดบัญชีรับ – จ่ายรายวัน ตามแบบฟอร์มที่ธนาคารกำหนดไม่น้อยกว่า 9 เดือน พร้อมกับเปิดบัญชีเงินฝาก และฝากเงินอย่างสม่ำเสมอเพื่อนำมาแสดงเป็นหลักฐานแสดงการมีอยู่ของรายได้ แนะนำการจัดเก็บหลักฐานเพื่อแสดงที่มาของรายได้ อาทิ ใบเสร็จรับเงิน สัญญาเช่าแผงค้าขาย เป็นต้น
กลุ่มที่ 3 ลูกค้าที่เคยติดปัญหาเครดิตบูโร ปัจจุบันไม่มีภาระหนี้ แต่ไม่มีความพร้อมด้านเอกสารประกอบการขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เป็นกลุ่มที่เคยประสบปัญหาการผ่อนชำระสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ในอดีตแต่ปัจจุบันสามารถปิดบัญชียอดค้างชำระที่เคยเกิดขึ้นได้แล้ว ปัจจุบันไม่มีภาระหนี้ และควรได้รับโอกาส ในการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อการมีที่อยู่อาศัยได้ในอนาคตอีกครั้ง สำหรับวิธีปฏิบัติควรเปิดบัญชีเงินฝาก และต้องฝากเงินอย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่าเงินงวดตามวงเงินที่ลูกค้าจะสามารถกู้ได้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 9 เดือน และเมื่อครบกำหนดต้องมีเงินฝากคงเหลือไม่น้อยกว่า 9 เท่าของเงินงวด
กลุ่มที่ 4 นักศึกษาจบใหม่ เป็นกลุ่มที่มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อเพื่อการมีที่อยู่อาศัยได้ในอนาคต หากประกอบอาชีพและมีที่มาของรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งธนาคารจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเตรียมเอกสารประกอบการ ยื่นสินเชื่อ อาทิ เอกสารเพื่อแสดงที่มาของรายได้ สมุดบัญชีเงินฝากที่แสดงแหล่งการมีอยู่ของรายได้ เป็นต้น

 

“ทั้งนี้ลูกค้าที่เข้าร่วม “โครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน” เมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด จะมีโอกาสยื่นคำขอพิจารณาสินเชื่อกับธนาคาร ซึ่งธนาคารจะพิจารณาผ่อนปรนสัดส่วนความสามารถชำระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio หรือ DSR) เพิ่มเป็นสูงสุดไม่เกิน 50% ของรายได้สุทธิ วงเงินให้กู้สูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาท ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 30 ปี โดยคาดว่า จะมีจำนวนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ ไม่น้อยกว่า 7,000 ราย และยังเป็นการสร้างวินัยการออมและน้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสุขอย่างยั่งยืนอีกด้วย” นายฉัตรชัย กล่าวสรุปในตอนท้าย

 

ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th และ Facebook fanpageธนาคารอาคารสงเคราะห์